การรักษามะเร็งผิวหนังชนิด Basal Cell Carcinoma
มะเร็งผิวหนังชนิด Basal Cell Carcinoma หรือที่เรียกย่อๆ ว่า BCC เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุด แม้จะไม่ร้ายแรงเท่ามะเร็งผิวหนังชนิดอื่น แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม บทความนี้จะอธิบายถึงวิธีการรักษา BCC แบบต่างๆ ที่มีในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้เข้าใจทางเลือกในการรักษามากขึ้น
หากสงสัยว่าเป็น BCC แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการยืนยันการวินิจฉัย การตัดชิ้นเนื้อทำได้หลายวิธี เช่น การตัดทั้งก้อน (excisional biopsy) หรือการตัดบางส่วน (incisional biopsy) ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรอยโรค
การรักษา BCC มีวิธีใดบ้าง?
การรักษา BCC มีหลายวิธี แพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดและตำแหน่งของมะเร็ง อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย วิธีการรักษาหลักๆ ได้แก่:
-
การผ่าตัด: เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด โดยแพทย์จะตัดเอาเนื้องอกและเนื้อเยื่อรอบๆ ออก มีหลายเทคนิค เช่น การผ่าตัดแบบธรรมดา (standard excision) และการผ่าตัดแบบ Mohs
-
การจี้ด้วยไฟฟ้าและขูดออก (electrodessication and curettage): เหมาะสำหรับ BCC ขนาดเล็กบนผิวหนัง
-
การฉายรังสี: ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยสูงอายุ
-
การใช้ยาทาเฉพาะที่: เช่น imiquimod หรือ 5-fluorouracil ใช้ในกรณี BCC ขนาดเล็กหรือตื้น
-
การรักษาด้วยแสง (photodynamic therapy): ใช้สารไวแสงร่วมกับการฉายแสงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
ข้อควรพิจารณาในการเลือกวิธีรักษา BCC
การเลือกวิธีรักษา BCC ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แพทย์จะพิจารณาร่วมกับผู้ป่วยเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมที่สุด ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่:
-
ขนาดและตำแหน่งของมะเร็ง: BCC ที่มีขนาดใหญ่หรืออยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ใบหน้า อาจต้องใช้วิธีการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น
-
ชนิดของ BCC: บางชนิดมีความเสี่ยงสูงที่จะกลับเป็นซ้ำ จึงอาจต้องเลือกวิธีการรักษาที่เข้มข้นกว่า
-
อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย: ผู้ป่วยสูงอายุหรือมีโรคประจำตัวอาจไม่เหมาะกับการผ่าตัด
-
ประสบการณ์ของแพทย์: บางวิธีการรักษา เช่น การผ่าตัดแบบ Mohs ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
-
ความพึงพอใจด้านความสวยงาม: โดยเฉพาะในกรณีที่ BCC อยู่บนใบหน้าหรือบริเวณที่เห็นได้ชัด
การป้องกันการกลับเป็นซ้ำของ BCC
หลังจากการรักษา BCC สำเร็จ ผู้ป่วยยังมีความเสี่ยงที่จะเกิด BCC ขึ้นใหม่ในอนาคต การป้องกันการกลับเป็นซ้ำมีความสำคัญมาก วิธีการป้องกันที่สำคัญ ได้แก่:
-
หลีกเลี่ยงแสงแดด: ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูง สวมเสื้อผ้าที่ปกป้องผิวหนัง และหลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาที่แดดจัด
-
ตรวจสอบผิวหนังด้วยตนเอง: สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ
-
พบแพทย์ตามนัด: เข้ารับการตรวจติดตามกับแพทย์ผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ
-
รักษาสุขภาพโดยรวม: ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
ค่าใช้จ่ายในการรักษา BCC
ค่าใช้จ่ายในการรักษา BCC แตกต่างกันไปตามวิธีการรักษาและสถานพยาบาล ตารางด้านล่างแสดงประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับวิธีการรักษาต่างๆ ในประเทศไทย:
วิธีการรักษา | ผู้ให้บริการ | ประมาณการค่าใช้จ่าย (บาท) |
---|---|---|
การผ่าตัดแบบธรรมดา | โรงพยาบาลรัฐ | 5,000 - 20,000 |
การผ่าตัดแบบ Mohs | โรงพยาบาลเอกชน | 50,000 - 150,000 |
การจี้ด้วยไฟฟ้าและขูดออก | คลินิกผิวหนัง | 3,000 - 10,000 |
การฉายรังสี | ศูนย์มะเร็ง | 30,000 - 100,000 (ต่อคอร์ส) |
การใช้ยาทาเฉพาะที่ | ร้านขายยา | 1,000 - 5,000 (ต่อหลอด) |
ราคา อัตรา หรือประมาณการค่าใช้จ่ายที่กล่าวถึงในบทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดที่มี แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจทางการเงิน
การรักษา BCC มีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมต้องอาศัยการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ การป้องกันและการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพผิวหนังระยะยาว ผู้ป่วยควรให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเองจากแสงแดดและสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิด BCC ซ้ำหรือมะเร็งผิวหนังชนิดอื่นๆ ในอนาคต
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมสำหรับท่าน